728 x 90

เปิดแผนขยายโครงข่ายถนนทั่วกรุง ขานรับเมืองต้นแบบแก้วิกฤตจราจรของโลก

img

ปัญหาการจราจรติดขัดเป็นผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ​ และปริมณฑลมาอย่างยาวนาน และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ปัญหาให้หมดไป แต่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็มีความพยายามที่จะหาแนวทางและกำหนดเป็นแผนงานเพื่อขจัดปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง

ผุดแผนจัดการจราจร 5 ย่านธุรกิจ 
โดยขณะนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างดำเนินการจ้างที่ปรึกษาศึกษาจัดทำแผนเร่งด่วน ในการบริหารจัดการจราจรเป็นพื้นที่ย่านธุรกิจหลัก เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งรัดผลักดันให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ในการพัฒนาด้านการขนส่งและคมนาคม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งเป็นการขยายผลการแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ โดยยึดโครงการสาทรโมเดลเป็นต้นแบบ และขยายผลให้ครอบคลุมพื้นที่ต่อเนื่องในย่านธุรกิจหลักของเมือง

สำหรับขอบเขตพื้นที่ศึกษา สนข. กำหนดให้ศึกษาในพื้นที่ย่านธุรกิจหลักของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในขั้นที่กำลังประสบปัญหาด้านการจราจรและมีแนวโน้มจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลจากความต้องการในการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ย่านธุรกิจหลักของเมือง (Central Business Distric: CBD) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจมากที่สุด หากไม่มีการเตรียมการแก้ไขจะส่งผลกระทบ และก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม

อีกทั้งเพื่อให้สอดรับกับ สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้คัดเลือกให้กรุงเทพมหานคร เป็น 1 ใน 6 เมืองต้นแบบสำหรับการแก้ไขปัญหาการจราจรในโครงการคมนาคมอย่างยั่งยืน 2.0 ด้วย จึงกำหนดให้ศึกษาครอบคลุมใน 5 จุด คือ ถนนหลานหลวง, ถนนเพชรบุรีตัดใหม่, ถนนรัชดาภิเษก, ถนนพระราม 4 และ ถนนกรุงเกษม

ทั้งนี้ที่ปรึกษาจะต้องทำการศึกษา สำรวจ ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ เช่น สภาพโครงข่ายคมนาคม ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน ระบบคมนาคมขนส่ง และลักษณะด้านอื่นๆ รวมทั้งตรวจสอบสถานภาพ สภาพปัญหาและอุปสรรคที่จะส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ศึกษา, ศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ปริมาณการเดินทาง พฤติกรรมการเดินทางภายในพื้นที่เข้าออก และเดินทางผ่านพื้นที่ รวมทั้งคาดการณ์สภาพการจราจรในอนาคต พร้อมทั้ง จัดทำแผนเร่งด่วนในการบริหารจัดการจราจรเป็นพื้นที่ย่านธุรกิจหลัก ในระยะ 5 ปี

ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยการกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย แผนงาน โครงการหรือกิจกรรม ที่แก้ไขและป้องกันปัญหาผลกระทบด้านการจราจร รวมถึงการพัฒนาเพิ่มศักยภาพในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ และทำแผนปฏิบัติการรายปี ประกอบด้วย รายละเอียดของแนวทางการปฏิบัติ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมต่างๆ งบประมาณ และหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงเสนอขั้นตอนและกลไกในการผลักดันแผนไปสู่การปฏิบัติ โดยมีวงเงินงบประมาณดำเนินการรวมที่ 27,960,000 บาท แบ่งเป็นงบปี 62 จำนวน 11,184,000 บาท และงบปี 63 จำนวน 16,776,000 บาท

กุมภาฯ นี้ เร่งสรุปแผนแก้วิกฤตจราจร กทม.
นอกจากนั้นยังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณากรอบแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการจราจร โดยมีแนวคิดในการแก้ไขเส้นทางที่มีการจราจรติดขัดขั้นวิกฤต พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพโครงข่ายและการบริหารจัดการด้านจราจรที่มีประสิทธิภาพ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาจราจรนี้ จะมี 2 ระยะคือ เร่งด่วน ปี 2562-2566 และระยะกลาง/ยาว ปี 2567-2572 คาดว่าจะสรุปรายละเอียดโครงการที่ชัดเจนได้ภายในเดือน ก.พ. นี้ 

ชง 3 โครงการใหม่ ไฮไลต์คือสะพานโกลเดนเกต
ด้าน กรมทางหลวงชนบท (ทช.) มีแผนจะก่อสร้างถนนเส้นทางใหม่ เพื่อเสริมโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันตก 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการต่อเชื่อมสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยานนทบุรี 1 - กาญจนาภิเษก วงเงิน 3,663 ล้านบาท ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2565 แล้วเสร็จปี 2567 เมื่อแล้วเสร็จจะบรรเทาปัญหาการจราจรในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และกรุงเทพฯ โซนตะวันตกได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

อีกโครงการคือ ถนนต่อเชื่อมถนน   นครอินทร์ - ศาลายา วงเงิน 9,200 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างในปี 2565-2567 เมื่อโครงการแล้วเสร็จในอนาคต จะช่วยเพิ่มเติมโครงข่ายใหม่และเสริมประสิทธิภาพเส้นทางคมนาคม การจราจรที่ติดขัดพื้นที่โซนตะวันตกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบนถนนกาญจนาภิเษก และถนนบรมราชชนนี

รวมถึงโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนพระราม 2 และถนนเชื่อมต่อบริเวณ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ-จ.สมุทรสาคร ระยะทาง 59 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โครงการดังกล่าวมีแนวเส้นทางตัดแม่น้ำ 2 สาย คือ แม่น้ำ ท่าจีน และแม่น้ำเจ้าพระยา รูปแบบการก่อสร้างแบบเดียวกับสะพานโกลเดนเกต จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ทั้งด้านเส้นทางคมนาคม และแหล่งท่องเที่ยว 

เตรียมสร้างทางด่วนใหม่ พระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนฯ 
ขณะที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เตรียมที่จะประกาศประกวดราคางานก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางพิเศษ สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ระยะทางรวม 18.7 กิโลเมตร มูลค่ารวม 31,244 ล้านบาท คาดว่าจะขายเอกสารทีโออาร์ช่วงปลายเดือน ม.ค. นี้ ซึ่งคาดว่าจะสรุปผลการประมูลในเดือน เม.ย. 2562

กทม. สำรวจจุดทำถนนเพิ่มรับเมืองโต 
ด้าน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็มีแผนเร่งขยายถนน เพื่อเพิ่มโครงข่ายจราจรแก้ปัญหารถติดขัดทั่วทุกพื้นที่ แม้ว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง จะยอมรับว่าการขยายถนนในกรุงเทพฯ ในขณะนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และกายภาพของถนน

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นต้องขยายถนนตามการขยายตัวของเมือง โดยได้มอบนโยบายให้ สำนักผังเมือง และ สำนักการโยธา ร่วมสำรวจพื้นที่เพื่อวางแผนสร้างโครงข่ายถนนรองรับการเจริญเติบโต โดยถนนที่จะสร้างใหม่ต้องมีความกว้างอย่างน้อย 30 เมตร เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรของประชาชน และรองรับปริมาณรถยนต์ในอนาคต

แม้จะมีมาตรการจากภาครัฐที่เชิญบวนและส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบรางกันมากขึ้น แต่จากข้อมูลข้างต้น ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า ชาวกรุงเทพฯ จะยังคงต้องอยู่ท่ามกลางมหานครแห่งการซ่อมสร้างกันอีกหลายปี แต่ถ้าเป็นการทำเพื่อให้การจราจรลดความแออัดลงไปได้ และทำให้การเดินทางรวมถึงคุณภาพชีวิตดีขึ้น เราก็คงต้องอดทนไปด้วยกันต่อไป
__________
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 
“การปรับปรุงโครงข่ายถนนเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันการขยายผิวจราจรเพิ่มบนถนนทำได้ยากมาก เพราะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และกายภาพของถนน ซึ่งตอนเริ่มสร้างถนนในสมัยก่อน ไม่ได้คิดว่าเมืองจะขยายใหญ่ขึ้นขนาดนี้ การทำถนนก็ทำแค่ให้รถพอวิ่งได้ แต่ขณะนี้จำนวนรถกับถนนไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งพื้นที่กรุงเทพฯ มีถนนสายหลักกว่า 2,700 กม. ที่ควรจะมีรถวิ่งประมาณ 1-1.5 ล้านคัน แต่ปัจุบันมีรถวิ่งจำนวนหลานล้านคัน จึงประสบปัญหาการจราจรติดขัด ขณะเดียวกันถนนที่เป็นเมืองเก่าไม่มีทางที่จะขยายได้อีก อย่างย่านเยาวราชที่บริเวณรอบๆ เป็นตึกหรือบ้านคน การขยายถนนจึงต้องทำให้สอดรับกับการขยายตัวของเมืองที่ขยายออกไปรอบนอกกรุงเทพฯ ซึ่ง กทม. พยายามสำรวจเพื่อเพิ่มโครงข่ายถนนให้มากขึ้น”

[English]
Bangkok Street Expansion Aimed at Tackling Notorious Traffic Woes
Several agencies have continued efforts to resolve chronic traffic congestion in Bangkok and surrounding areas and the latest is the Office of Transport and Traffic Policy and planning (OTP), which has been working with a consulting company on an urgent plan to address issues in the city’s central business district (CBD).

The latest initiative has been introduced to tackle the increasingly congested traffic condition in related areas, which are blamed on growing social and economic activities.  The plan is also intended to be in line with the World Business Council for Sustainable Development (WBCSD)’s selection of Bangkok as one of six pilot global cities to develop a roadmap for sustainable mobility.

Under the OTP plan, five locations have been chosen for a study, including Lan Luang Road, New Petchburi Road, Ratchadapisek Road, Rama V Road and Krung Kasem Road.  The outcome of the study is going to be used in the formulation of an urgent action plan for traffic management in CBD areas over a course of five years.  A budget of 27.96 million baht has been earmarked for this project.

Other plans on the drawing board are the construction of a new 3.6-billion-baht bridge over Chao Phraya River in Nonthaburi Province, which is expected to commence in 2022 and complete in one year, a new 9.2-billion-baht Nakhon In – Salaya road during 2022-2023, and a new 50-billion-baht Chao Phraya bridge-road to connect Samut Prakan Province with Samut Songkhram Province, which is set to resemble the Golden Gate Bridge in the United States and to become a new landmark of Greater Bangkok.

In addition, a new 18.7-kilometer expressway project, which is estimated to cost 31.24 billion baht, is also being planned to take off soon.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments