728 x 90

กิจกรรมในช่วงเข้าพรรษาของคนกรุงเทพฯ

img

สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอยูโพล) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่องกิจกรรมในช่วงเข้าพรรษาของคนกรุงเทพฯ  กรณีศึกษาตัวอย่างคนทำงานที่มีอายุ 20-55 ปี จำนวนทั้งสิ้น 1,225 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 5–23 มิถุนายน 2560  ที่ผ่านมา พบว่า

ตัวอย่างเกินครึ่งหรือร้อยละ 57.12 เป็นหญิง และร้อยละ 42.88 เป็นชาย
เมื่อจำแนกออกเป็น เจเนอเรชั่น พบว่า
ร้อยละ 23.59 มีอายุ 20-29 ปี 
ร้อยละ 32.9 มีอายุ 30-39 ปี 
ร้อยละ 27.59 มีอายุ 40-49 ปี และ
ร้อยละ 15.92 มีอายุ 50-55 ปี

ด้านสถานภาพสมรส พบว่า ร้อยละ 39.68 เป็นโสด ร้อยละ 54.84 สมรสแล้ว และร้อยละ 5.48 เป็นหม้าย/หย่า/แยกกันอยู่

ส่วนการศึกษาที่สำเร็จมาชั้นสูงสุด พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 17.56 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 65.72 ระดับปริญญาตรี และร้อยละ 16.72 ระดับสูงกว่าปริญญาตรี 

ส่วนรายได้ส่วนตัวเฉลี่ยต่อเดือน พบว่า
ร้อยละ 30.26 มีรายได้ 15,001-25,000 บาท 
ร้อยละ 34.38 มีรายได้ 25,001-35,000 บาท 
ร้อยละ 10.86 มีรายได้ 35,001-45,000 บาท 
ร้อยละ 13.57 มีรายได้ 45,001-55,000 บาท และ
ร้อยละ 10.93 มีรายได้สูงกว่า 55,000 บาท

สำหรับอาชีพ พบว่า 
ร้อยละ 55.16 อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน 
ร้อยละ 6.77 อาชีพค้าขาย 
ร้อยละ 4.55 อาชีพรับจ้างทั่วไป 
ร้อยละ 16.18 อาชีพเจ้าของธุรกิจ 
ร้อยละ 16.35 อาชีพรับราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ และ
ร้อยละ 0.99 อาชีพอื่นๆ เช่น สถาปนิก นักศึกษา

ผลการสำรวจกิจกรรมในช่วงเข้าพรรษา พบว่า คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 41.28 ให้ความสำคัญกับกิจกรรมในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษามากถึงมากที่สุด ร้อยละ 41.69 ให้ความสำคัญปานกลาง และอีกร้อยละ 17.03 ให้ความสำคัญน้อยถึงน้อยที่สุด 53.19 โดยกิจกรรมที่ตั้งใจจะทำ 5 อันดับแรกในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ได้แก่ กิจกรรมทางพุทธศาสนา เช่น ทำบุญตักบาตร ไหว้พระ เวียนเทียน (ร้อยละ 70.98) พักผ่อนอยู่บ้าน (ร้อยละ 32.30) ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว (ร้อยละ 28.44) เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือไปเยี่ยมครอบครัว/ญาติ/พี่น้อง (ร้อยละ 16.31) และกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น ไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศ (ร้อยละ 9.84) เป็นต้น 

เมื่อให้เปรียบเทียบการทำบุญในช่วงเข้าพรรษาระหว่างปีนี้กับปีที่แล้ว พบว่า ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 67.52 ระบุทำบุญพอๆ กันกับปีที่แล้ว อีกร้อยละ 17.11 ระบุทำบุญน้อยกว่าปีที่แล้ว และมีเพียงร้อยละ 15.37 ระบุทำบุญมากกว่าปีที่แล้ว โดยบุคคลที่ตั้งใจจะทำบุญให้ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ได้แก่ ทำให้ครอบครัว (ร้อยละ 28.54) ทำให้ตัวเอง (ร้อยละ 25.25) ทำให้ญาติที่ล่วงลับ (ร้อยละ 18.00) และทำให้พ่อแม่ (ร้อยละ 13.82) ส่วนอีกร้อยละ 13.65 ไม่ได้ทำบุญ ส่วนเหตุผลหลักในการทำบุญในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาใน 5 อันดับแรก ได้แก่ เพื่อความสบายใจ (ร้อยละ 56.21) สะสมบุญกุศล (ร้อยละ 33.59) กลัวตกนรก (ร้อยละ 5.34) ลบล้างบาปที่ทำ (ร้อยละ 1.81) และแก้กรรมในอดีต (ร้อยละ 1.81) เป็นต้น

สำหรับสิ่งที่คนกรุงเทพฯ ใช้พิจารณาในการทำบุญ พบว่า ร้อยละ 26.26 ระบุเจาะจงที่สถานที่ (วัด) เป็นหลัก อีกร้อยละ 4.66 ระบุเจาะจงที่ตัวบุคคล (พระ) เป็นหลัก ที่เหลือส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 69.08 ไม่ได้เจาะจง และวัดที่คนกรุงเทพฯ มักจะไปทำบุญ ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 40.53 ระบุทำบุญที่วัดใดก็ได้ ร้อยละ 34.95 ระบุทำบุญที่วัดใกล้บ้าน ร้อยละ 20.67 ระบุทำบุญที่วัดเล็กๆ ที่ขาดปัจจัย และร้อยละ 1.88 ระบุทำบุญที่วัดที่มีชื่อเสียง เป็นต้น ด้านการสั่งซื้อเครื่องสังฆทาน/ของทำบุญผ่านทางออนไลน์ พบว่า เกือบทั้งหมด คือ ร้อยละ 97.70 ไม่เคยซื้อ และมีเพียงร้อยละ 2.30 เท่านั้นที่เคยซื้อ ส่วนสถานที่ที่นิยมไปซื้อเครื่องสังฆทาน/ของทำบุญใน 5 อันดับแรก ได้แก่ ร้านสังฆภัณฑ์ (ร้อยละ 37.36) ซื้อที่วัด (ร้อยละ 24.05) ห้างสรรพสินค้า (ร้อยละ 16.78) ซื้อของมาทำเอง (ร้อยละ 15.29) และร้านค้าในวัด (ร้อยละ 10.41) เป็นต้น

ด้านประเด็นเกี่ยวกับการรับทราบว่า วันเข้าพรรษาเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ พบว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 63.59 ทราบ และอีกร้อยละ 36.41 ไม่ทราบ เมื่อสอบถามย้อนหลังไปยังช่วงเข้าพรรษาปีที่แล้วว่า ได้งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ พบว่า ร้อยละ 12.37 ระบุงดตลอดช่วงเข้าพรรษา ร้อยละ 10.72 ระบุงดเป็นบางวัน ร้อยละ 5.85 ระบุไม่งด และส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 71.06 ระบุปกติไม่ดื่มอยู่แล้ว 

เมื่อสอบถามคนกรุงเทพฯ ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการงดดื่ม พบว่า ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ เพื่อสุขภาพ (ร้อยละ 67.64) เพื่อตัวเอง (ร้อยละ 64.00) ครอบครัว (ร้อยละ 33.09) เพื่อรักษาศีล (ร้อยละ 21.45) และการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา (ร้อยละ 13.82) เป็นต้น ส่วนความตั้งใจจะงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษาปีนี้ พบว่า กว่าครึ่ง คือ ร้อยละ 52.26 ตั้งใจจะงดตลอดช่วงเข้าพรรษา อีกร้อยละ 35.05 ตั้งใจจะงดเป็นบางวัน และที่เหลือ ร้อยละ 12.69 ตั้งใจจะไม่งด

ในเรื่องค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยแต่ละด้านในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ พบว่า คนกรุงเทพฯ ตั้งใจจะใช้จ่ายในด้านต่างๆ โดยเฉลี่ยใน 5 อันดับแรก ได้แก่ ให้พ่อแม่ ให้ญาติพี่น้อง (เฉลี่ย 3,270.39 บาท) ค่าที่พัก (เฉลี่ย 2,737.60 บาท) ค่าอาหาร (เฉลี่ย 1,422.86 บาท) เงินทำบุญ/ซื้อของทำบุญ (เฉลี่ย 1,363.01 บาท) และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่นค่าน้ำมัน ค่ารถโดยสาร เป็นต้น (เฉลี่ย 1,284.19 บาท) โดยมีค่าใช้จ่ายรวมโดยเฉลี่ยเท่ากับ 4,188.98 บาท

เมื่อให้เปรียบเทียบการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาระหว่างปีนี้กับปีที่แล้ว พบว่า คนกรุงเทพเกือบครึ่ง คือ ร้อยละ 45.37 คาดว่าจะใช้จ่ายเท่าเดิม เพราะทำตามปกติที่เคยทำมาทุกปี ภาวะเศรษฐกิจของตัวเองไม่แตกต่างจากปีที่แล้ว อีกร้อยละ 25.02 คาดว่าจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น มีกิจกรรมมากกว่าปีที่แล้ว และร้อยละ 29.61 คาดว่าจะใช้จ่ายลดลง เพราะภาวะเศรษฐกิจไม่ดี รายได้น้อยลง สินค้าแพงขึ้น

ส่วนการรับทราบข่าวสารเกี่ยวกับศาสนา/พระส่งผลต่อการทำบุญอย่างไรนั้น พบว่า ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 61.49 ระบุส่งผลให้ทำบุญเท่าเดิม เพราะไม่ยึดติดหรือเสพข่าวที่ไม่ดี พระไม่ดีมีเพียงส่วนน้อย ใส่ใจแต่เรื่องทำบุญ อีกร้อยละ 9.28 ระบุส่งผลให้ทำบุญเพิ่มขึ้น เพราะการรับรู้ข่าวสารทำให้อยากเข้าร่วมมากขึ้น ศรัทธาในพระพุทธศาสนา และที่เหลือร้อยละ 29.23 ระบุส่งผลให้ทำบุญลดลง เพราะข่าวส่วนใหญ่เป็นไปในทางลบ พฤติกรรมของพระไม่น่าเชื่อถือ ศรัทธาลดลง

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments